ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สูญเสียการได้ยิน

หูเป็นอวัยวะสำคัญอีกอวัยวะหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจะทำให้เราได้ยินและสามารถสื่อสารกันได้จนเข้าใจ บางคนอาจประสบปัญหาเกี่ยวกับหูอื้อ หูหนวก หรือหูดับกะทันหัน ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการได้ยินชั่วคราวแล้วหายไป แต่บางคนในสิ่งแวดล้อมหรือมีอาชีพเสี่ยงที่ต้องได้ยินเสียงดังเป็นเวลานาน การสูญเสียการได้ยินประเภทนี้จะค่อยๆเป็นค่อยๆไป การได้ยินจะค่อยๆ แย่ลงโดยที่เราไม่อาจรู้ตัว และถ้าคุณฟังเสียงดังเหล่านี้เป็นเวลาหลายปี การสูญเสียการได้ยินของคุณจะถาวร นอกจากนี้ พฤติกรรมและโรคบางชนิดยังเป็น ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สูญเสียการได้ยิน อีกด้วย

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สูญเสียการได้ยิน

การได้ยินปกติคือระดับการได้ยินเริ่มต้นที่ความถี่ต้องไม่เกิน 25 เดซิเบลเพื่อให้ได้ยินคำพูดทั้งหมด แต่ถ้ามีการสูญเสียการได้ยินหรือหูหนวกเราจะต้องฟังให้ดังกว่าปกติเพื่อรับรู้เสียงพูด เสียงที่ไม่เป็นอันตรายต่อการได้ยิน เหล่านี้เป็นเสียงที่ไม่เกิน 85 เดซิเบล เช่น เสียงนกร้อง นาฬิกา หยดน้ำ หรือการสนทนาโดยทั่วไป แต่เสียงที่ดังเกินไป กรมอนามัยโลกกำหนดให้เสียงที่ส่งผลต่อการได้ยิน อาจทำให้สูญเสียการได้ยินหรือหูหนวกได้ และอาชีพที่ต้องสัมผัสกับเสียงดังมากกว่า 85 เดซิเบล เช่น เสียงเครื่องยนต์หรือเครื่องจักร กฎหมายจึงกำหนดให้สถานที่ทำงานต้องมีแผนงานอนุรักษ์การได้ยิน ไม่เพียงแต่เสียงเท่านั้น ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ในเรื่องนี้อีกด้วย

  • การแคะหูทำให้เกิดการอุดตันของขี้หู หูติดเชื้อเสี่ยงต่อการเจาะของแก้วหูทำให้สูญเสียการได้ยิน ความจริงแล้วคุณไม่ควรแคะหูเพราะขี้หูถูกสร้างขึ้นเพื่อช่วยปกป้องผิวหนังของช่องหูจากสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ เหงื่อ รวมถึงเชื้อโรค ฝุ่น ปกติขี้หูที่สะสมอยู่ก็จะแห้งเองจึงไม่จำเป็นต้องหมุนหรือหยิบขึ้นมา ในการทำความสะอาดหู ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำ บิดพอที่จะเช็ดบริเวณหูและช่องหูเท่าที่นิ้วมือสามารถเช็ดเท่านั้น
  • ความเย็นอาจทำให้ท่อแรงดันที่เชื่อมระหว่างคอกับหูชั้นกลางบวมได้ ความดันหูชั้นกลางผิดปกติ ความดันไม่สามารถปรับให้เข้ากับบรรยากาศภายนอกเดียวกันได้ ผู้ป่วยจะรู้สึกหูอื้อหรือปวดหู
  • น้ำมูกไหลแรงเป็นของเหลว เมือกกลับสู่หูชั้นกลาง ถ้าของเหลวนั้นไม่สามารถระบายออกได้ ก็มักจะทำให้เกิดการอักเสบของหูชั้นกลาง ผู้ป่วยมักมีหูอื้อหรือปวดหู
  • การสัมผัสเสียงดังมาก เช่น การระเบิดและประทัด อาจทำให้แก้วหูฉีกขาดได้ กระดูกหูหลุดออกหรือประสาทหูเสื่อม
  • การฟังในระดับเสียงที่ดัง เช่น ฟังเพลงในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง เราจะเพิ่มระดับเสียงโดยไม่รู้ตัว หรือต้องทำงานกับเสียงดังเช่นเสียงเครื่องและไม่มีอุปกรณ์ป้องกันเสียง มักทำให้เส้นประสาทหูชั้นในเสื่อมโทรม
  • การสูญเสียการได้ยินเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักจะสูญเสียการได้ยินแบบเฉียบพลันหรือการได้ยินลดลงอย่างกะทันหัน เกิดได้จากหลายสาเหตุ
  • โรคหูน้ำหนวกเป็นโรคอักเสบเรื้อรังของหูชั้นกลาง มีแก้วหูพรุนและอาจมีของเหลวหรือหนองไหลออกจากหู อาการมักมาเป็นๆ หายๆ มากกว่า 3 เดือน
  • โรคประจำตัว ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไต ไขมันในเลือดสูง ทำให้การเสื่อมสภาพของหูชั้นใน

แนะนำ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ
Credit ufa168

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Leave a Reply

Your email address will not be published.