แสงสีฟ้า (HEVIS) ภัยเงียบจากแสง

แสงสีฟ้า คืออะไร?

แสงสีฟ้าหรือแสงสีน้ำเงินเป็นชื่อเต็มอย่างเป็นทางการว่าแสงสูง โหมด Energy Visible (เรียกว่า HEV หรือ HEVIS Light ) เป็นแสงผสมพลังงานสูงในแสงสีขาวที่มนุษย์มองเห็นได้ แสงสีขาวสามารถแบ่งออกได้เป็น 7 สี ได้แก่ ม่วง น้ำเงิน เขียว เหลือง แดง และแดง โดยแสงสีน้ำเงินจะผสมอยู่ในสีครามและสีน้ำเงิน โดยมีความยาวคลื่นระหว่าง 400-500 นาโนเมตร

แสงสีฟ้า

แสงสีน้ำเงินอยู่รอบตัวเราและอาจส่งผลต่อผิวของเราโดยไม่คาดคิด เพราะเป็นแสงที่สามารถพบได้ทั้งแสงแดด (เช่น UVA และ UVB) จากหลอดฟลูออเรสเซนต์ จากหน้าจอโทรศัพท์ จอคอม จอทีวี หรือจากจอ LED ดังนั้นหากใครคิดว่านั่งหน้าคอมพิวเตอร์ นั่งโทรศัพท์ ในบ้านหรือในสำนักงาน หรือใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ เช่น ครีมกันแดดทั่วไปที่ไม่ ป้องกัน HEVIS Light และจะปลอดภัยจากแสงสีฟ้า

หมายเหตุ : ในดวงอาทิตย์ประกอบด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตประมาณ 5% (UV) ซึ่งแบ่งออกเป็น UVA และ UVB แสงที่มองเห็นได้ 50% และอินฟราเรดหรืออินฟราเรด 45%

ผลกระทบของ UV และ HEVIS

ทำให้เกิดอนุมูลอิสระบนผิวหนังที่กระตุ้นการผลิต Enzyme ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ผิวหย่อนคล้อยขาดความชุ่มชื้น และผิวมีอายุมากขึ้น (Photo-aging) ตามมา

จากการศึกษาของคณะผู้วิจัยพบว่า ในเวลากลางคืนแสงสีฟ้าจะรบกวนการทำงานของวงจรนาฬิกาของร่างกายทำให้ผิวหนังทำงานผิดปกติจากที่ควรจะเป็น แล้วส่งผลต่อกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติของผิว ทำให้ผิวดูแก่ขึ้นในที่สุด เพราะแสงสีฟ้าเป็นสาเหตุของการรับรู้ผิดๆ ว่าเป็นเวลากลางวัน กระตุ้นฝ้า กระ ครีมกันแดดลึก จุดด่างดำ และผิวหมองคล้ำ เช่นเดียวกับรังสี UVA และ UVB

ผลการศึกษาในปี 2014 พบว่าแสงสีน้ำเงินกระตุ้นการอักเสบของผิวหนังและนำไปสู่จุดด่างดำ ทำให้เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง สีผิวไม่สม่ำเสมอ (การศึกษาในปี 2008 ของนักวิจัยชาวญี่ปุ่นในหนูทดลองพบว่า แสงสีฟ้าขัดขวางการฟื้นตัวของผิวป้อมปืน) ไปรบกวนฮอร์โมนที่ช่วยให้นอนหลับ ทำให้นอนไม่หลับและส่งผลเสียทางอ้อมต่อผิวของเรา

แสงสีฟ้า

ผลของ HEVIS Light ที่ทำให้เกิดฝ้า ผลของ HEVIS Light ที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย

สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าในคนที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ ไม่แดดจัดมาก แต่หน้าแก่ขึ้น กระ ไม่จางลงหรือคล้ำขึ้น หรือมีจุดด่างดำและความหมองคล้ำ นั่นก็เพราะว่า HEVIS Light คือแสงรอบตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด แสงจากหน้าจอโทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์

“แสงแดดเป็นศัตรูตัวฉกาจเมื่อเราอยู่กลางแจ้ง แต่ในความเป็นจริง แสงแดดที่มีทั้งรังสี UV และ HEVIS สามารถทำร้ายผิวของเราได้แม้ในที่ร่ม อีกทั้งรูปแบบอีเมลที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น เราก็ต้องระวังแสงจากหน้าจอต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อผิวหนังด้วย “

นอกจากแสงสีฟ้าแล้วยังเป็นอันตรายต่อผิวอีกด้วย ยังเป็นอันตรายต่อดวงตาอีกด้วย เพราะเป็นสาเหตุสำคัญของอาการตาล้า (Digital Eye Strain) โดยทำให้ตาแห้ง ปวดตา ตาพร่ามัว และน้ำตาไหล นอกจากนี้ การเปิดรับแสงสีน้ำเงินเป็นเวลานานอาจทำให้จอประสาทตาเสื่อมตามอายุ จอประสาทตาเสื่อม (AMD) เช่นกัน เพราะคลื่นแสงพลังงานสูงนี้กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพค่อยๆ ส่งผลให้จอประสาทตาเสื่อม ซึ่งผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย

แนะนำ : Agoraphobia โรคกลัวผู้คนจำนวนมาก
credit : ufabet777

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Leave a Reply

Your email address will not be published.