เลื่อนนาฬิกาปลุก เสี่ยงความจำเสื่อม

ด้วยความรู้สึกเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้นอนพักผ่อนน้อย เลยอยากจะนอนพักต่ออีกสักหน่อย ก่อนตื่นมาทำกิจกรรมหรือทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน จึงต้องตั้งนาฬิกาปลุกไว้ข้างๆ ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ตื่นสายเกินไป แต่การตั้งปลุกแบบปกติจะไม่มีวี่แววว่าจะตื่นแน่นอน ดังนั้นเราจึงใช้วิธีการตั้งค่าเวลาบ่อย ๆ ติดต่อกันและตั้งเวลาล่วงหน้า ก่อนจะถึงเวลาที่เหมาะสม ทำให้ต้องตื่นนอนเพื่อปลุกซ้ำบ่อยๆ รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมนี้หากทำเป็นระยะเวลานาน เลื่อนนาฬิกาปลุก เสี่ยงความจำเสื่อม วันนี้แอดได้นำเคล็ดลับดีๆ ในการรักษาความจำของคุณไม่ให้แย่ลงมาแนะนำ ไปอ่านกันเลย

เลื่อนนาฬิกาปลุก เสี่ยงความจำเสื่อม

แค่ เลื่อนนาฬิกาปลุก ทำไมถึงมีผลต่อความจำ

เลื่อนนาฬิกาปลุก เสี่ยงความจำเสื่อม ทันทีที่นาฬิกาปลุกดังขึ้น ร่างกายและสมองของคุณจะตื่นขึ้นจากการหลับสนิท อาจทำให้ง่วงนอนได้ตลอดทั้งวัน และยังทำให้สมองหรือระบบความจำเสื่อมประสิทธิภาพได้ เช่นเดียวกับการสะดุ้งตื่นเพราะถูกรบกวนจากเสียงนาฬิกาปลุก จึงทำให้คุณต้องคอยตื่นมากดปัดปุ่มเลื่อนทุกช่วงเวลาที่คุณได้ตั้งไว้จึงทำให้การนอนหรือชีวิตคุณเปลี่ยน ไม่มีความสดชื่นและไม่สดใสในตอนเช้า ง่วงระหว่างวันเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ และสะสมจนร่างกายหมดแรง

วิธีเพิ่มความตื่นตัวให้กับร่างกาย
1. นอนหลับผักพ่อนให้เพียงพอ ประโยคนี้มักจะได้ยินบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการตักเตือนด้วยความห่วงใยของครอบครัวหรือสามารถหาได้จากบทความออนไลน์ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สำคัญมากและจำเป็นต้องเติมพลังเพื่อนำไปใช้ในวันรุ่งขึ้น
2. อย่าปล่อยให้ตัวเองนอนมากเกินไป ไม่ได้หมายความว่าห้าไม่ให้คุณพักผ่อนแต่ในช่วงสุดสัปดาห์ แต่แนะนำให้คุณหากิจกรรมอื่นทำเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่บนเตียงทั้งวัน เพราะมันอาจทำให้คุณนอนไม่หลับในตอนกลางคืน ทำให้เวลาพักผ่อนบิดเบี้ยวไปอีก
3. การออกกำลังกายยามเย็น ด้วยความเหนื่อยล้านี้คุณจะหลับง่ายขึ้นและเร็วขึ้น เมื่อตื่นนอนตอนเช้าจะรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว พร้อมทำงานและกิจกรรมต่างๆ โดยไม่รู้สึกง่วงระหว่างวัน
4. นอนให้ตรงเวลา กำหนดเวลาเข้านอนของคุณเพื่อเชื่อมต่อกับเวลาที่คุณควรตื่น ให้เวลาตัวเองได้นอนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้ตัวเองเวียนหัวเมื่อตื่นนอน

สาระน่ารู้ ปวดหัวไมเกรน เกิดจากอะไร?
บาคาร่า คลิ๊ก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ปวดหัวไมเกรน เกิดจากอะไร?

ปวดหัวไมเกรน ไมเกรนเป็นมากกว่าอาการปวดศีรษะที่ไม่ดี อาจะส่งผลต่อโรคทางระบบประสาทนี้อาจทำให้เกิดอาการเจ็บแปลบที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมซึ่งจะทำให้คุณนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลาหลายวัน! การเคลื่อนไหว แสง เสียง และสิ่งกระตุ้นอื่นๆ อาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปวด เหนื่อยล้า คลื่นไส้ การมองเห็นผิดปกติ อาการชาและรู้สึกเสียวซ่า หงุดหงิด พูดยาก สูญเสียการมองเห็นชั่วคราว และอื่นๆ อีกมากมาย

ปวดหัวไมเกรน

ปวดหัวไมเกรน เป็นอย่างไร?

ไมเกรนเป็นโรคทางระบบประสาททั่วไปที่ทำให้เกิดอาการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดศีรษะแบบสั่นและเต้นเป็นจังหวะที่ด้านหนึ่งของศีรษะของคุณ ไมเกรนของคุณจะแย่ลงด้วยการออกกำลังกาย แสง เสียง หรือกลิ่น อาจอยู่ได้นานอย่างน้อยสี่ชั่วโมงหรือกระทั่งวัน ชาวอเมริกันประมาณ 12% มีความผิดปกติทางพันธุกรรมนี้ การวิจัยแสดงให้เห็นว่าเป็นโรคที่พบมากเป็นอันดับที่หกของโลก

อาการปวดหัวมีมากกว่า 150 ประเภท แบ่งออกเป็นสองประเภท: อาการปวดหัวเบื้องต้นและอาการปวดหัวทุติยภูมิ ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะเบื้องต้น ซึ่งหมายความว่าไม่ได้เกิดจากเงื่อนไขทางการแพทย์ที่ต่างออกไป ความผิดปกติของอาการปวดศีรษะเบื้องต้นคือการวินิจฉัยทางคลินิก หมายความว่าไม่มีการตรวจเลือดหรือการศึกษาภาพเพื่อวินิจฉัย อาการปวดหัวทุติยภูมิเป็นอาการของปัญหาสุขภาพอื่น

ออร่าเป็นกลุ่มของอาการทางประสาทสัมผัส การเคลื่อนไหว และการพูดที่มักจะทำเหมือนสัญญาณเตือนว่าอาการปวดหัวไมเกรนกำลังจะเริ่มขึ้น มักถูกตีความผิดว่าเป็นอาการลมชักหรือโรคหลอดเลือดสมอง โดยมักเกิดขึ้นก่อนอาการปวดศีรษะ แต่บางครั้งอาจปรากฏขึ้นในระหว่างหรือหลังจากนั้นก็ได้ ออร่าสามารถอยู่ได้ตั้งแต่ 10 ถึง 60 นาที ประมาณ 15% ถึง 20% ของผู้ที่เป็นไมเกรนมีออร่า

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วิธีป้องกันการปวดหัวไมเกรน

หากคุณสงสัยว่าสิ่งกระตุ้นบางอย่างทำให้เกิดอาการไมเกรนของคุณ เช่น ความเครียดหรืออาหารบางประเภท การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นนี้อาจช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นไมเกรนได้
นอกจากนี้ยังอาจช่วยรักษาวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดีโดยทั่วไป เช่น การออกกำลังกาย การนอนหลับ และการรับประทานอาหารเป็นประจำ รวมทั้งทำให้มั่นใจว่าคุณมีน้ำเพียงพอและจำกัดการบริโภคคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
หากอาการไมเกรนของคุณรุนแรงหรือคุณพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่เป็นไปได้และยังคงมีอาการอยู่ แพทย์ทั่วไปอาจสั่งยาเพื่อช่วยป้องกันการโจมตีครั้งต่อไป

ยาที่ใช้ป้องกันไมเกรน ได้แก่ ยาต้านอาการชัก topiramate และยาที่เรียกว่า propranolol ซึ่งมักใช้รักษาความดันโลหิตสูง อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าอาการไมเกรนของคุณจะเริ่มดีขึ้น

อาการปวดหัวไมเกรนพบได้บ่อยแค่ไหน?
ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรผู้ใหญ่มีอาการปวดศีรษะ และ 12% ของคนอเมริกันมีอาการปวดหัวไมเกรน ผู้หญิงมีโอกาสเป็นไมเกรนมากกว่าผู้ชายถึงสามเท่า

ไมเกรนอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตของคุณและหยุดคุณทำกิจกรรมประจำวันตามปกติบางคนพบว่าพวกเขาต้องอยู่บนเตียงเป็นเวลาหลายวัน  แต่มีการรักษาที่มีประสิทธิภาพจำนวนหนึ่งเพื่อลดอาการและป้องกันการกลับมาปวดอีกครั้งได้  ไมเกรนกำเริบในบางครั้งอาจแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป แต่คนส่วนใหญ่มักจะค่อยๆ ดีขึ้น

สาระน่ารู้ : กลิ่นปาก เกิดจากอะไร
สนับสนุนโดย : ufa168

นอนน้อยกว่า 6 ชม. เสี่ยงตายเร็ว!

นอนน้อยกว่า 6 ชม. เสี่ยงตายเร็ว! คนที่ “นอนหลับ” น้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน รู้ไว้เลยว่าคุณเสี่ยงตายเร็วกว่าคนที่นอนหลับเพียงพอ จากการศึกษาพบว่าการอดนอนเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และเบาหวานอีกด้วย วันนี้จะชวนทุกคนมารู้จักกับผลกระทบด้านลบของ “การอดนอน” หรือ “การนอนน้อย” อาจรุนแรงถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย มีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้ไปอ่านกันเลย

นอนน้อยกว่า 6 ชม. เสี่ยงตายเร็ว!

นอนน้อยกว่า 6 ชม. เสี่ยงตายเร็ว!
การวิจัยที่น่าตกใจแสดงให้เห็นว่าคนที่นอนหลับน้อยกว่าหกชั่วโมงต่อวันมักจะตายก่อนกำหนด มากกว่าคนที่นอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน นักวิจัยพบหลักฐานที่ชัดเจนและบ่งชี้ว่าการอดนอนจะส่งผลให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
คนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงในแต่ละคืนมีโอกาสเสียชีวิตก่อนวัยอันควรมากถึง 12% ซึ่งหมายความว่าอาจเสียชีวิตก่อนอายุ 65 ปีนั่นเอง ซึ่งเป็นเปอร์เซ็นมากกว่าคนที่นอน 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
เมื่ออธิบายในเชิงลึก พวกเขาชี้ให้เห็นว่าการอดนอนนั้นเชื่อมโยงกับโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคเบาหวาน และคอเลสเตอรอลสูง

นอนมากเกิน 9 ชม. ก็เสี่ยงตายเร็วเช่นเดียวกัน
นักวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งพบข้อมูลที่น่าสนใจในฝั่งตรงข้ามเช่นเดียวกัน นั่นก็คือพวกเขาพบว่าการนอนหลับมากเกินไป มากกว่า 9 ชั่วโมงต่อคืน ก็เชื่อมโยงกับการตายก่อนวัยอันควร ซึ่งมีโอกาสตายเร็วขึ้นถึง 30% การนอนนานมากเกินไป ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคขั้นพื้นฐานได้ เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรคมะเร็งบางชนิด
การนอนหลับระยะสั้นอาจเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะคนหนุ่มสาววัยทำงานในสังคมยุคใหม่ จะเห็นได้ว่าผู้คนมักนอนน้อยและนอนหลับยากเนื่องมาจากแรงกดดันทางสังคม และมีชั่วโมงทำงานที่ยาวนาน ซึ่งบางคนก็ทำงานเป็นกะ ทำให้ยิ่งนอนหลับได้ยากขึ้น จึงส่งผลให้สุขภาพร่างกายทรุดโทรมไปด้วย

การนอนต่อเนื่องอย่างน้อยคืนละ 6-8 ชั่วโมง จะดีที่สุดสำหรับสุขภาพของทุกคน ซึ่งระยะเวลาของการนอนหลับควรพิจารณาให้เป็นปัจจัยเสี่ยงด้านพฤติกรรมเพิ่มเติมหรือเป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยง ที่ได้รับอิทธิพลมาจากสภาพแวดล้อม และสามารถแก้ไขได้ด้วยการศึกษาและการให้คำปรึกษาของผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนมาตรการด้านสาธารณสุขที่มุ่งให้ปรับเปลี่ยนสภาพร่างกายและปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ได้ยินแบบนี้แล้วทุกคนรีบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองด่วนเลย ถ้าไม่อยากตายเร็ว เตือนแล้วนะ

สาระน่ารู้ วิธีลดน้ำหนักด้วย IF
ป๊อกเด้ง คลิ๊ก

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วิธีลดน้ำหนักด้วย IF

วิธีลดน้ำหนักด้วย IF หรือ Intermittent Fasting เป็นอาหารลดน้ำหนักยอดนิยม เป็นวิธีที่ได้ผลโดยไม่ต้องอดอาหารที่คุณโปรดปราน แต่ต้องกินในช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น เวลากำลังดีและหลายคนเลือกใช้สูตร 8:16 คือกินภายใน 8 ชั่วโมงและไม่กินติดต่อกัน 16 ชั่วโมง

เช่น เริ่มกินเวลา 9.00 น. ถึง 19.00 น. หลังจากนั้นให้ดื่มน้ำเปล่าเท่านั้น ในช่วงเวลานั้น ที่กินได้ คุณสามารถกินอะไรก็ได้ไม่ว่าร่างกายจะมีแคลอรีเท่าไหร่ในแต่ละวัน

วิธีลดน้ำหนักด้วย IF เป็นวิธีที่ทำให้เราไม่รู้สึกเครียดกับการลดน้ำหนัก เพราะเรากินอะไรก็ได้ที่อยากกิน แต่มีงานวิจัยที่บอกว่าเราลดน้ำหนักแบบนี้ ในช่วงเวลาที่เรากินได้ เราจะเลือกอาหารที่มีประโยชน์และให้พลังงาน ไม่ทำให้เรารู้สึกหิวภายใน 16 ชั่วโมงหลังอดอาหาร ก็ถือว่าหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่ง

วิธีลดน้ำหนักด้วย IF

ส่วนผลลัพธ์นั้นไม่ว่าจะเป็นวิธีการลดน้ำหนักอย่างได้ผลหรือไม่ก็ตาม หลายคนออกมาอ้างว่าสามารถลดได้จริง แต่แพทย์และนักโภชนาการเอง มีบางส่วนที่ออกมารองรับ นอกจากนี้ยังมีการทดลองกับหนูที่ได้รับอาหารตรงเวลาและไม่มีเวลาอีกด้วย เปรียบเทียบกับหนูตัวอื่นที่ปล่อยให้มันกินตลอดเวลา ผลการศึกษาพบว่าหนูตัวแรกมีน้ำหนักที่ควบคุมได้ดีกว่าหนูตัวที่สอง อย่างไรก็ตามการลดน้ำหนักนั้น หากเราทานอาหาร 5 หมู่ ให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอ อย่าทำร้ายตัวเองมากเกินไปรวมทั้งจิตใจด้วย ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด มันสามารถช่วยให้คุณควบคุมน้ำหนักได้

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

การอดอาหารช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไร?

แนวคิดเบื้องหลังการอดอาหารไม่สม่ำเสมอคือการเพิ่มอัตราการเผาผลาญ ซึ่งช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น และการจำกัดช่วงเวลาระหว่างวันเมื่อคุณรับประทานอาหาร จะทำให้คุณได้รับแคลอรีน้อยลงในแต่ละวัน

เมื่อเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงการรับประทานอาหาร ฉันรู้ว่ามีเพียงหลักฐานเบื้องต้นว่าการอดอาหารอาจทำให้น้ำหนักลดลงชั่วคราว และจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการถือศีลอดอาจไม่ปลอดภัยหรือไม่ฉลาดสำหรับทุกคน  แต่ก็ไม่แนะนำให้อดอาหารสำหรับคนบางกลุ่ม เช่น สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร บางคนที่เป็นเบาหวาน ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการกินหรือปัญหาต่างๆ เช่น น้ำตาลในเลือดต่ำ นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญคือต้องปรึกษาทีมดูแลสุขภาพของคุณก่อนที่จะพยายามอย่างรวดเร็ว

การอดอาหารไม่สม่ำเสมอทำงานอย่างไร?

มีหลายวิธีในการอดอาหารเป็นระยะๆ แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการเลือกช่วงเวลาปกติในการรับประทานอาหารและการอดอาหาร ตัวอย่างเช่น คุณอาจลองกินเฉพาะในช่วงเวลาแปดชั่วโมงในแต่ละวันและอดอาหารในช่วงที่เหลือ หรือคุณอาจเลือกรับประทานอาหารเพียงมื้อเดียวต่อวันสองวันต่อสัปดาห์ มีตารางการอดอาหารเป็นช่วง ๆ ที่แตกต่างกันมากมาย โดยหลักการของมันคือ หลังจากไม่ได้รับประทานอาหารเป็นเวลาหลายชั่วโมง ร่างกายจะเผาผลาญน้ำตาลสะสมและเริ่มเผาผลาญไขมัน เขาอ้างถึงสิ่งนี้ว่าเป็นการเปลี่ยนเมตาบอลิซึม

สาระน่ารู้ : คุณสามารถลดน้ำหนักด้วยการดื่มน้ำ
credit gclub
o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

ปัญหาท้องผูก

ปัญหาท้องผูก เป็นปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามอย่าเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเรื่องปกติ หลายคนอาจจะเคยได้ยินมาว่าท้องผูกนั้นหมายถึงการถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลย อาการท้องผูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งในการขับถ่าย ตราบใดที่คุณสามารถถ่ายได้อย่างสบายๆ ไม่มีความกังวล ไม่ต้องเบ่งนาน อุจจาระจับตัวเป็นก้อนดี ถึงแม้ จะถ่ายแค่ 2-3 วันก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติ
แต่ตอนไหนก็ตามที่คุณรู้สึกว่าการขับถ่ายเป็นเรื่องยาก บ่อยๆครั้งต้องนั่งนานถึงครึ่งชั่วโมงเพื่อเบ่งถ่าย บางครั้งต้องใช้น้ำฉีด หรือใช้นิ้วล้วงช่วย ถ่ายไม่สุดเหมือนมีอะไรมาอุดกั้นอยู่ อุจจาระแข็งมีลักษณะเป็นเม็ด ผิวขรุขระหรือแห้งแตก รู้สึกอึดอัดแน่นท้อง ทั้งหมดที่พูดมานี้บ่งบอกว่าคุณมีอาการท้องผูกอย่างแน่นอนค่ะ

ปัญหาท้องผูก

ปัญหาท้องผูกเกิดจากอะไร

  • รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย ดื่มน้ำน้อย ไม่ออกกำลังกาย และกลั้นอุจจาระบ่อยๆ ส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการท้องผูกมากถึง 50% มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมหล่านี้ซะส่วนใหญ่
  • การเบ่งถ่ายอุจจาระที่ผิดวิธี คือการที่ออกแรงเบ่งพร้อมกับขมิบหูรูดทวารหนักไปด้วย เมื่อแรงเบ่งมีไม่พอที่จะเอาชนะแรงต้านบริเวณหูรูดได้ อุจจาระจึงไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวออกมาได้
  • การทำงานของลำไส้ใหญ่ที่ผิดปกติ หรือเรียกว่าภาวะลำไส้เฉื่อย เป็นอาการที่ลำไส้ใหญ่เคลื่อนไหวน้อยลงทําให้อุจจาระเคลื่อนออกมาช้ากว่าปกติ
  • การใช้ยาบางชนิดที่ทำให้ท้องผูก เช่น ยารักษาอาการโรคซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิต ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแคลเซียม อะลูมิเนียม และยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของมอร์ฟีน เป็นต้น

วิธีการป้องกันปัญหาท้องผูก

ใครที่ไม่ต้องการให้ตัวเองมีอาการท้องผูกนั้น ควรที่จะต้องหมั่นดูแลตัวเองให้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร ที่ควรเลือกอาหารที่มีกากและใยอาหารให้มากไม่ว่าจะเป็นผัก และผลไม้ เพื่อให้อุจจาระไม่แข็ง นอกจากนี้แล้วควรที่จะลดการรับประทานอาหารจำพวกครีม เนื้อ มัน ทอด กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้อุจจาระแห้ง และการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำนี้แหละจะทำให้ระบบขับถ่ายนั้นดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก และพยายามขับถ่ายเวลาเดิมให้เป็นประจำ

หลายๆ คนคงจะมองว่า ปัญหาท้องผูก นั้นเป็นเรื่องเล็กๆที่สามารถปล่อยให้มันหายเองก็ได้ แต่อันที่จริงแล้ว ถ้าหากปล่อยให้อาการท้องผูกเกิดขึ้นแบบเรื้อรัง ก็อาจจะส่งผลต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ รวมไปถึงปัญหาสุขภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นริดสีดวงทวาร ลำไส้อักเสบ ไปจนถึงมะเร็งลำไส้ และสุดท้ายนี้อยากจะบอกทุกคนว่าอย่าลืมที่จะดูแลสุขภาพตัวเองให้ดี พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ และทานอาหารที่มีประโยชน์ ทำตามที่พูดมาทั้งหมดนี้ คุณก็จะมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงเลยล่ะ

สาระน่ารู้ : กลิ่นปาก เกิดจากอะไร
สนับสนุนโดย : ufa168

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

กลิ่นปาก เกิดจากอะไร

กลิ่นปาก เป็นปัญหาที่มักพบบ่อยสำหรับหลายท่าน เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้สูญเสียความมั่นใจ และเสียบุคลิกภาพในทางสังคม มักทำให้เกิดความไม่มั่นใจในการพบปะพูดคุยกับผู้อื่น  ผู้อื่นก็ไม่กล้าที่จะบอก ทำให้เราไม่สามารถทราบได้ ดังนั้น หากรู้ตัวว่าเริ่มมีกลิ่นปาก หรือ มีกลิ่นลมหายใจแปลกๆ สิ่งแรกคือควรสังเกตตัวเอง และทำการหาวิธีแก้ไข หากแก้ไขแล้วกลิ่นปากยังคงอยู่ หรือไม่ลดน้อยลง ดังนั้น ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำอย่างถูกวิธี เพราะ กลิ่นปากอาจเป็นการชี้สัญญาณของโรคร้ายแรงอื่นๆ ตามได้อีกด้วย ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับร่างกายได้

กลิ่นปาก

สาเหตุหลักของ กลิ่นปาก

โดยส่วนใหญ่ กลิ่นปากมีกลิ่น เกิดจากสะสมเชื้อแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งในปาก เกิดจากการกินอาหารแล้วมีเศษอาหารติดค้างอยู่ในภายในช่องปาก ทำให้เศษอาหารเหล่านั้น เกิดการเน่าเสีย จึงส่งผลให้ มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ นั่นจคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแบคทีเรียในช่องปาก ดังนั้น หลังจากที่ทานอาหารเสร็จแล้วควรที่จะรักษาความสะอาดในช่องปากอย่างถูกวิธี ไม่ให้มีเศษอาหารติดอยู่ในช่องปาก เพื่อไม่ให้เกิดแบคทีเรียและทำให้เกิดกลิ่นปากได้

โดยทั่วไปสาเหตุหลักของกลิ่นปาก มาจาก 2 สาเหตุด้วยกัน คือ ภายในช่องปาก นอกช่องปาก

ปัจจัยภายใน :   การมีฟันผุ ฟันผุที่ยิ่งเป็นหลุมรูลึกมาก แล้วมีเศษอาหารติด ก็ยิ่งทำให้มีกลิ่นเหม็นปาก เหมือนกับมีถุงขยะใบเล็กๆ อยู่ภายใน ช่องปาก เมื่อมีการสะสมเกิดขึ้น จึงทำให้เศษอาหารบูดเน่าและถ้ายิ่งกำจัดออกไม่ได้ ก็จะส่งกลิ่นออกมาตลอดเวลา และสิ่งที่ตามมาก็คือ โรคเหงือกและปริทันต์อักเสบ เกิดจากการสะสมของคราบอาหารจุลินทรีย์ และ มีหินปูนมาเกาะรอบ ๆ ตัวฟันทำให้เกิดการอักเสบของเหงือก อาจทำให้เกิดหนองได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้เช่นกัน

ปัจจัยภายนอก : การสูบบุหรี่ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากเช่นเดียวกัน เพราะกลิ่นจากบุหรี่จะเข้าไปตกค้างในช่องปากและฟัน ทำให้เกิดกลิ่นปาก นอกจากนี้ บุหรี่ยังเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดหินปูนในช่องปาก ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นปากเหม็นอีกด้วย ดังนั้น การลดการสูบบุหรี่หรือเลิกสูบบุหรี่ไป เป็นการช่วยลดกลิ่นปากได้และช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นได้อีกด้วย    ดังนั้น อย่าปล่อยให้ตนเองมีกลิ่นปาก ควรที่จะสังเกตตนเองบ่อยๆ โดย การเอามือปิดปาก และเป่าลมออกจากปากแรงๆ จากนั้น ก็ดมกลิ่น หรือ อาจจะถามคนใกล้ชิด หากพบว่า มีกลิ่นเหม็น ก็ควรที่จะแก้ไขอย่างถูกวิธี เช่น แปรงฟันทุกครั้งหลัง

สาระน่ารู้ : อาการเจ็บลิ้น
สนับสนุนโดย : gclub
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

วิธีการกินอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี

ปัจจุบันร่างกายคนเราต้องการสารอาหารที่อยู่ในอาหารต่างๆ เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราควรจะกินยังไง กินอาหารอะไรได้บ้าง มากหรือน้อยเพียงใดจึงจะได้สารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ วิธีการกินอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี ให้ทุกคนได้ปฏิบัติตาม ไปดูกันเลยยยย

  • ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
    เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้ดีกันอยู่แล้ว เนื่องจากร่างกายคนเราต้องการสารอาหารที่หลากหลาย ที่มีอยู่ในอาหาร เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แร่ธาตุ วิตามิน น้ำ และใยอาหาร แต่ไม่มีอาหารชนิดใด ชนิดเดียวที่ให้สารอาหารต่างๆครบ ในปริมาณที่ร่างกายต้องการ จึงจำเป็น ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกินแต่ละหมู่ให้หลากหลาย จึงจะได้สารอาหารที่ครบถ้วน และเพียงพอต่อร่างกายของคนเรา
วิธีการกินอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี
  • ทานผักและผลไม้เป็นประจำ
    ทานพืชผักและผลไม้ให้เป็นประจำ นอกจากจะให้วิตามินแร่ธาตุ และกากอาหารแล้ว ยังมีสารอื่นๆอีก ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปเกาะตามหลอดเลือด และช่วยทำให้เยื่อบุของเซลล์ และอวัยวะต่างๆแข็งแรงอีกด้วย  “ ผัก ”  เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย และเป็นแหล่งของใยอาหารที่ช่วยทำให้ร่างกายกำจัดสิ่งหมักหมมในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ ลดอาการท้องผูก  และโรคมะเร็งลำไส้ รวมถึงมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาล ระดับไขมันในเลือดและช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย
  • กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ
    เนื้อสัตว์ทุกชนิดมีโปรตีน แต่ควรกินชนิดไม่ติดมันเพื่อลดการสะสมไขมันในร่างกาย ไข่เป็นอาหารโปรตีนราคาถูก ซึ่งหาซื้อง่าย เด็กสามารถกินได้ทุกวัน แต่ผู้ใหญ่ควรกิน ไม่เกินสัปดาห์ละ 2-3 ฟอง และ เมล็ดถั่วแห้ง เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีโปรตีนที่ดี ราคาถูก ควรกินสลับกับเนื้อสัตว์อย่างเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด
    อาหารรสจัดเป็นที่ถูกใจของใครหลายๆคน เพราะเป็นอาหารที่ถูกปาก รสชาติอร่อยถึงใจแต่กว่าจะอร่อยขนาดนี้ได้ อาหารจานนั้นผ่านการใส่เครื่องปรุงรสเพื่อให้มีรสหวาน มัน เค็ม หรือรสจัดจ้านให้มาก ซึ่งรสชาติที่จัดจ้านนี่แหละ หากรับประทานบ่อยหรือมากเกินไปจนเป็นนิสัย ให้โทษแก่ร่างกาย และส่งผลให้เกิดโรคได้หลายโรคเลยทีเดียว
  • งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
    การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ เป็นโทษแก่ร่างกาย ชีวิตจะมีแต่ความเสี่ยง ทำให้สมรรถภาพการทำงานลดลง ขาดสติ ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย สูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง ตลอดจนชีวิต เสี่ยงต่อการเป็นโรคตับแข็ง แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้มะเร็งหลอดอาหารและโรคกระเพาะอาหาร จึงควรงด หรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และไม่ขับขี่ยานพาหนะในขณะมึนเมา อาจทำให้ชีวิตถึงแก่ความตายเลยทีเดียว

ถ้าทุกคนปฏิบัติตาม วิธีการกินอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี ที่แนะนำข้างต้นนี้ครบทุกข้อ ก็จะมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรงอย่างแน่นอน

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

อาการเจ็บลิ้น
สนันสนุนโดย ufabet168

อาการเจ็บลิ้น

อาการเจ็บลิ้น เหตุผลที่ทำให้ลิ้นของคุณเจ็บเราใช้ลิ้นพูด ดื่ม และกิน ทุกครั้งที่ได้รับบาดเจ็บ จะรู้สึกเหมือนความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า โดยปกติ ความเจ็บปวดที่ด้านล่างของลิ้นจะเกิดจากการบาดเจ็บเล็กน้อยหรือการเจ็บป่วย และไม่ได้ทำให้เกิดความกังวลมากเกินไป โดยเหตุผลที่ทำให้เกิดการเจ็บลิ้นนั้นมาจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการกัดที่เกิดจากแรงเคี้ยวและไปกัดพลาดทำให้เรานั้นเกิดอาการที่เจ็บตามมา ซึ่งบางอาการเจ็บสามารถหายเองได้ภายในสามสี่วันแต่บางอาการต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงจะหายได้

สาเหตุของ อาการเจ็บลิ้น

อาการเจ็บลิ้น

สาเหตุที่ 1 อาการบาดเจ็บจากการถูกกัด เกือบทุกคนเคยกัดลิ้นของตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ อาจมากกว่าหนึ่งครั้ง มันอาจจะเจ็บ แต่ความเจ็บปวดมักจะบรรเทาลงภายในไม่กี่นาที ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและวิธีที่มันถูกกัด มันอาจเจ็บมากขึ้นที่ใต้ลิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการกัดนั้นเกิดจากการหกล้มหรือถูกกระแทกที่ทำให้คุณกัดลงไปโดยไม่ได้ตั้งใจ การระคายเคืองอาจเกิดขึ้นอีกสองสามวันหากต่อมรับรสของคุณ ตุ่มเล็กๆ บนลิ้น ได้รับบาดเจ็บจากการถูกกัด ติดเชื้อและอักเสบ

สาเหตุที่ 2 การระคายเคืองจากอาหารหรือวัตถุแปลกปลอม อุปกรณ์จัดฟันทั่วไป เช่น ฟันปลอมและเหล็กจัดฟันอาจทำให้เกิดอาการเจ็บลิ้นและระคายเคืองได้ หากใส่ไม่พอดี มักจะเกิดอาการระคายเคืองเมื่อมีคนเพิ่งจัดฟันหรือฟันปลอมมา และพวกเขายังปรับตัวอยู่ ทั้งเครื่องมือจัดฟันและฟันปลอมสามารถทำให้เกิดแผลหรือบาดแผลที่ลิ้นและภายในปากซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยการกลั้วคอด้วยน้ำเกลือ การระคายเคืองอาจมาจากอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่เสิร์ฟในอุณหภูมิสูง เช่น โกโก้ร้อน ซุป หรืออาหารรสเผ็ด การจิบหรือกัดบางสิ่งที่ร้อนเกินไปโดยบังเอิญอาจทำให้ลิ้นไหม้และกลายเป็นสีแดงและบวมได้ แผลไหม้ที่ลิ้นส่วนใหญ่จากอาหารที่ร้อนเกินไปคือแผลไหม้ระดับแรกที่หายเร็ว แต่แผลไหม้ที่รุนแรงกว่านี้ควรไปพบแพทย์ 

สาเหตุที่ 3 แผลเปื่อย แผลเปื่อยอาจเกิดขึ้นที่ลิ้น ใต้ลิ้น หรือภายในปาก ไม่ทราบสาเหตุ แต่มีลักษณะเป็นปล่องขนาดเล็กและอาจแดงมีสีขาวและสีเหลืองตรงกลาง แผลเปื่อยอาจเกี่ยวข้องกับการระคายเคืองและการบาดเจ็บจากเหล็กจัดฟันหรือการกัดลิ้น แต่อาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ รวมทั้งความเครียด พวกเขามักจะหยุดเจ็บใน 7-10 วันและหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในสองสามสัปดาห์

ซึ่งอาการเหล่านี้หากมักจะหายเองได้ แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กลับอาการเบื้องต้นแต่ถ้าภายในหนึ่งอาทิตย์แผลยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นคุณสามารถไปหาหมอเพื่อความสบายใจได้เลยนอกจากนี้หมออาจจะให้ทั้งยากินและยาทาเพื่อรักษาอาการเบื้องต้น

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เคล็ดลับ การนอนหลับสำหรับเด็ก

Credit จีคลับ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

เคล็ดลับการนอนหลับสำหรับเด็ก

เคล็ดลับการนอนหลับสำหรับเด็ก การนอนหลับฝันดีคือการนอนและหลับต่อ เด็กส่วนใหญ่ตื่นนอนคนเดียวในตอนเช้าหากพวกเขานอนหลับอย่างมีคุณภาพเพียงพอ การเข้านอน เด็กส่วนใหญ่จะหลับภายใน 20 นาทีหลังจากเข้านอน ระยะเวลาที่เด็กจะเข้านอนจะขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของพวกเขาง่วงแค่ไหน รวมถึงกิจวัตรในเวลากลางวันและก่อนนอนด้วย กิจวัตรก่อนนอนช่วยให้เด็กๆ ผ่อนคลายก่อนเข้านอน เพื่อให้พวกเขาหลับได้ง่ายขึ้น การหลับใหล เด็กตื่นกลางดึกแต่อาจไม่รู้ตัวว่าตื่นอยู่ หากต้องการนอนหลับ เด็กๆ ต้องสามารถนอนหลับได้ด้วยตัวเองหลังจากตื่นช่วงสั้นๆ เหล่านี้

เคล็ดลับการนอนหลับสำหรับเด็ก

เคล็ดลับการนอนหลับสำหรับเด็ก

1. ตั้งค่ากิจวัตรก่อนนอน ก่อนนอนปกติที่เริ่มต้นในช่วงเวลาเดียวกันในแต่ละคืนจะช่วยส่งเสริมรูปแบบการนอนหลับที่ดี ประจำก่อนนอนอาบน้ำและเรื่องบนเตียงสามารถช่วยให้เด็กที่อายุน้อยกว่ารู้สึกว่าพร้อมสำหรับการนอนหลับ สำหรับเด็กโต กิจวัตรอาจรวมถึงการพูดคุยอย่างเงียบๆ กับคุณเกี่ยวกับวันนั้น แล้วใช้เวลาพักผ่อนตามลำพังก่อนไฟดับ

2. พักผ่อนก่อนนอน กระตุ้นให้ลูกของคุณผ่อนคลายก่อนนอนเด็กอาจจะชอบการพักผ่อนโดยการอ่านหนังสือฟังเพลงเบา ๆ หรือการฝึกหายใจเพื่อความผ่อนคลาย หากลูกของคุณใช้เวลานอนหลับนานกว่า 30 นาที ลูกของคุณอาจต้องใช้เวลาพักผ่อนนานกว่านี้ก่อนที่จะปิดไฟเพื่อเข้านอน

3. รักษาเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอ ให้เวลานอนและตื่นของลูกของคุณภายใน 1-2 ชั่วโมงในแต่ละวัน ช่วยให้นาฬิกาชีวิตของลูกอยู่ในรูปแบบปกติ เป็นความคิดที่ดีสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดตลอดจนวันเรียน

4. ช่วงเวลางีบ เด็กส่วนใหญ่หยุดงีบเมื่ออายุ 3-5 ปี หากลูกของคุณอายุเกิน 5 ปียังคงงีบหลับในระหว่างวัน พยายามงีบหลับไม่เกิน 20 นาทีการงีบหลับนานขึ้นและนานขึ้นอาจทำให้เด็กนอนหลับตอนกลางคืนได้ยากขึ้น

5. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกของคุณรู้สึกปลอดภัยในเวลากลางคืน หากลูกของคุณรู้สึกกลัวที่จะเข้านอนหรืออยู่ในความมืด คุณสามารถชมเชยและให้รางวัลลูกของคุณทุกครั้งที่กล้า การหลีกเลี่ยงรายการทีวี ภาพยนตร์ และเกมคอมพิวเตอร์ที่น่ากลัวก็ช่วยได้เช่นกัน เด็กบางคนที่กลัวการนอนจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อมีไฟในตอนกลางคืน

6. ตรวจสอบเสียงและแสงในห้องนอนของลูก ตรวจสอบว่าห้องนอนของลูกเบาเกินไปหรือมีเสียงดังสำหรับการนอนหลับ แสงสีฟ้าจากโทรทัศน์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และแท็บเล็ตไปยับยั้งระดับเมลาโทนินและทำให้ง่วงนอน แสงจ้าในชั่วโมงก่อนนอนสามารถมีผลเช่นเดียวกันกับเด็กเล็ก

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

วิธี การกำจัดสิว

Credit จีคลับ

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

วิธีการกำจัดสิว

วิธีการกำจัดสิว  เมื่อคุณมีสิวเสี้ยนหรือสิวหัวดำขนาดยักษ์ ไม่มีอะไรที่น่าพอใจมากไปกว่าการบีบคั้นเอามันออกจากใบหน้าของเรา เราทุกคนทำมัน และถ้าคุณไม่ทำ แสดงว่าคุณเคยอยากทำมาก่อนอย่างแน่นอนอาจจะเกิดปัญหาที่ตามมาหากคุณทำผิดวิธี สิวก่อตัวเมื่อรูขุมขนอุดตัน ฮอร์โมน แบคทีเรีย น้ำมัน และเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนใบหน้าสามารถกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นได้โดยจะเป็นสิวทุกชนิดดังนั้นสิวที่เกิดบนใบหน้ามักจะเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการกินการนอนการใช้ชีวิตประจำวันสามารถทำให้เราเกิดสิวขึ้นได้ดังนั้นวันนี้เราจะแนะนำให้ท่านรู้จักกับสิวแต่ละประเภทและวิธีการรักษาที่ดีที่สุด      

วิธีการกำจัดสิว

ประเภทของสิว ผิวของคุณเต็มไปด้วยรูขุมขนซึ่งอาจอุดตันด้วยหนองหรือน้ำมัน เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นจะเป็นสิวหรือซีสต์ ฝ้าที่พบบ่อยที่สุดได้แก่ ตุ่มหนอง:  รอยสิวลึกที่กำจัดยาก มักเป็นสีแดงและอักเสบ สิ่งเหล่านี้เป็นตำหนิที่อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็น สิวหัวดำ:เมื่อคุณมีรูขุมขนที่อุดตันด้วยน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว สิวหัวดำจะก่อตัวขึ้น เมื่อส่วนผสมของน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้วสัมผัสกับอากาศ มันจะทำให้รูขุมขนของคุณดูเป็นสีดำ สิวหัวขาว:  เกิดจากรูขุมขนของเรากว้างเกินไปทำให้หน้าของเราผลิตน้ำมันเยอะหลังจากที่มันสะสมแบคทีเรียต่างๆและเกิดเป็นสิวอุดตัน

วิธีการกำจัดสิว

วิธีการกำจัดสิว

คุณได้พยายามหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดสิวหัวขาวที่ไม่น่าดู คุณดูเหมือนจะช่วยตัวเองไม่ได้ คุณกำลังจะทำให้สิวอุดตัน ดังนั้นถ้าคุณจะทำมันต่อไป ทำมันให้ถูกต้อง ขั้นตอนเหล่านี้อาจช่วยได้แต่ต้องบีบอย่างถุกวิธีทางที่ดีคุณสามารถมีตัวช่วยในการบีบเช่นที่เจาะหัวสิวเข็มหรือกิ้บ สิ่งที่ไม่สมควรนำมาใช้นั้นก็คือนิ้วมือกับเล็บที่ยาวเพราะมันสามารถทิ้งรอยแผลเป็นไว้

1. รอจนเห็นความขาว การโผล่เร็วเกินไปจะไม่ได้ผลและอาจทำให้คุณเจ็บปวดและเป็นแผลเป็นได้ล้างมือให้สะอาด คุณไม่ต้องการที่จะนำแบคทีเรียพิเศษมาสู่ผิวของคุณ 2. ใช้ยาที่จำหน่ายหน้าเคาน์เตอร์ เช่น กรดซาลิไซลิกหรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์กับฝ้าของคุณ ซึ่งสามารถช่วยคลายสิวหัวดำได้ 3.ฆ่าเชื้อเข็มด้วยแอลกอฮอล์ถู ใช้เข็มเจาะผิวหนังบริเวณที่เป็นสิวหัวขาว คุณไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้สำหรับสิวหัวดำ

4. ใช้นิ้วหรือปลาย สองอันกดลงบนผิวทั้งสองด้านของฝ้าในทิศทางตัว “V” สิ่งนี้ควรผลักหนองหรือน้ำมันออกจากรูขุมขนที่อุดตันของคุณ 5. ทาแอลกอฮอล์ปริมาณเล็กน้อยลงบนบริเวณที่เป็นสิว วิธีนี้จะช่วยไม่ให้แบคทีเรียแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆ ของผิวหนังและขั้นตอนการรักษาหากแผลมีขนาดใหญ่ทำรักษาเหมือนกับแผลปกติเพื่อป้องกันการติดเชื่อหรือสามารถหาที่ปิดสิวมาปิดได้

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o

อาการของ โอไมคอน

Credit ufa168

o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o o