IMBAJP

ศุกร์. ต.ค. 16th, 2026

ขาชา เกิดจากอะไร? เป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายอะไรบ้าง?

ขาชา เป็นอาการที่หลายคนเคยพบเจอ อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่มักถูกมองข้ามไปบ่อยครั้ง หลายคนคิดว่าเป็นเพียงผลข้างเคียงจากการนั่งหรือยืนนานๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการขาชาอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ได้ ซึ่งหากปล่อยปละละเลย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ สาเหตุของขาชา มีหลากหลาย ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงโรคร้ายแรง วันนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการ “ขาชา”กันอย่างละเอียด

ขาชา เกิดจากอะไร?  เป็นอาการที่หลายคนเคยพบเจอ อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่มักถูกมองข้ามไปบ่อยครั้ง

ขาชา เกิดจากอะไร?

อาการขาชาหรือรู้สึกมึนชาตามแขนและขาเป็นอาการที่พบได้บ่อย ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการถูกกดทับของเส้นประสาท หรือปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือด ดังนี้

  1. การนั่งหรือยืนในท่าทางไม่ถูกต้องนานๆ เมื่อเรานั่งหรือยืนในท่าทางไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้เส้นเลือดหรือเส้นประสาทถูกกดทับ ส่งผลให้เกิดอาการชาตามขาและเท้าได้ การเปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ
  2. ปัญหากระดูกสันหลังผิดรูป เช่น กระดูกสันหลังคดหรือเอียง รอยร้าวของแผ่นรองกระดูกสันหลัง หรือภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม อาจทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทไขสันหลัง ส่งผลให้เกิดอาการชาตามขาและเท้า รวมถึงปวดหลัง ปวดขาตามมาด้วย
  3. เส้นเลือดอุดตันหรือแข็งตัว ภาวะหลอดเลือดแดงอุดตันหรือแข็งตัว จะทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงขาและเท้าไม่สะดวก เป็นสาเหตุของอาการขาชา หนักและปวดขาเมื่อเดินทางไกล
  4. โรคเบาหวาน โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ดี จะส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทส่วนปลายได้ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการรู้สึกชาหรือแน่นตามปลายมือปลายเท้า
  5. โรคไขสันหลังอักเสบ เกิดจากมีสิ่งผิดปกติกดทับไขสันหลัง เช่น เนื้องอก พยาธิหนอนไส้เดือน หรือการอักเสบติดเชื้อ ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับจนเกิดอาการชา
  6. ภาวะขาดสารอาหารบางชนิด เช่น ขาดวิตามินบี1 วิตามินบี6 วิตามินบี12 หรือแร่ธาตุเหล็ก ก็อาจทำให้เกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้าได้

อาการขาชาสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือหญิง หรือวัยไหน แต่ถ้าหากขาชานานเป็นสัปดาห์หรือเดือน อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะผิดปกติภายในร่างกาย จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะบางครั้งอาการขาชาก็อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของโรคร้ายแรงได้

อาการขาชาสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือหญิง หรือวัยไหน แต่ถ้าหากขาชานานเป็นสัปดาห์หรือเดือน อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะผิดปกติภายในร่างกาย

อาการขาชา เป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายอะไรบ้าง?

  1. โรคเบาหวาน: หากมีอาการชาบริเวณปลายเท้า ร่วมกับอาการอื่นๆ เช่น ปัสสาวะบ่อย ดื่มน้ำมากผิดปกติ อ่อนเพลีย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวาน 
  2. โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท: หากมีอาการชาบริเวณขา ร่วมกับอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชาจนไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวได้ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย 
  3. โรคหลอดเลือดสมองตีบ/อุดตัน: หากมีอาการชาบริเวณใบหน้า แขน ขา พูดไม่ชัด ตาพร่ามัว ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที 
  4. โรคปลายประสาทอักเสบ: หากมีอาการชาบริเวณปลายเท้า ร่วมกับอาการปวดแสบปวดร้อน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย 
  5. โรคมะเร็ง: หากมีอาการชาบริเวณขา ร่วมกับอาการอย่างอื่น เช่น น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

วิธีการป้องกันอาการขาชา

  • หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

หากคุณเผชิญกับอาการขาชารุนแรง หรืออาการดังกล่าวไม่ทุเลาภายในไม่กี่วัน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยเร็ว เนื่องจากบางครั้งอาการขาชาอาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของโรคร้ายแรง การรักษาในระยะเริ่มแรกจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้

บทความโดย : แทงบอลยูโร

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *