ใครชอบ แคะหูบ่อย เสี่ยงเป็นโรคเชื้อราในช่องหู ยิ่งตอนหลังอาบน้ำ จะต้องนำสำลีหรือสำลีมาปั่นหูเป็นประจำ พฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เกิดขี้หูอุดกั้น หูอื้อ การทะลุของแก้วหู และอาจเสี่ยงต่อโรคเชื้อราในช่องหู วันนี้แอดจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับการติดเชื้อราในช่องหูให้ทุกคนรู้จักกันมากขึ้นค่ะ

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

แคะหูบ่อย เสี่ยงเป็นโรคเชื้อราในช่องหู

โรคเชื้อราในช่องหู คืออะไร?

โรคเชื้อราในช่องหู Otomycosis หมายความว่า หูชั้นนอกมีการติดเชื้อรา ทำให้หูอักเสบและมีกลิ่นเหม็นในช่องหู การติดเชื้อราในหูพบได้บ่อยในผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่มีอากาศอบอุ่นหรือชื้น และผู้ที่เล่นกีฬา รวมทั้งผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคผิวหนัง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ช่องหูไม่เป็นโรคร้ายแรงและสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยใช้ยาต้านเชื้อรา

การติดเชื้อราเกิดขึ้นได้อย่างไร?
โรคติดเชื้อราที่ช่องหูเกิดจากเชื้อราเกือบ 60 สายพันธุ์ ที่พบมากที่สุดคือเชื้อรา Aspergillus นอกจากนี้ แบคทีเรียบางชนิดสามารถรวมกับเชื้อราและทำให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่หู ดังต่อไปนี้

  • ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ร้อนและชื้น ผู้ที่อาศัยอยู่ในสภาพอากาศนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดเชื้อราในหูมากขึ้น เนื่องจากเชื้อราสามารถเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณที่ร้อนและชื้น
  • นักว่ายน้ำ มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อที่หูสูงกว่าคนปกติ หากว่ายอยู่ในน้ำที่ไม่สะอาด
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังเรื้อรังมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อราดังกล่าว

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สูญเสียการได้ยิน

หูอื้อ ไม่ค่อยได้ยิน เป็นสัญญาณเตือนของเชื้อราในช่องหู
หูอื้อ เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของเชื้อราในช่องหู อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในหูข้างเดียว แต่ในบางกรณีอาจพบในหูทั้งสองข้างพร้อมกัน และพบว่ามีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนี้

  • ได้ยินลดลง ได้ยินไม่ค่อยชัด
  • หูชั้นนอกอักเสบ
  • ของเหลวที่ไหลออกจากหูเป็นสีขาว สีเหลือง สีเทา สีดำ หรือสีเขียว
  • หูแดงและบวม
  • ปวดในหูชั้นนอก

การรักษาและป้องกัน
มีวิธีการรักษาหลายวิธีสำหรับการติดเชื้อรา แพทย์จะทำความสะอาดช่องหูอย่างทั่วถึง เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกที่ตกค้างในช่องหูและใช้ยาหยอดหูต้านเชื้อราเช่น clotrimazole Clotrimazole, fluconazole หรือยาที่มีกรดอะซิติก มีวิธีในการป้องกันดังต่อไปนี้:

  1. ใช้ที่อุดหูขณะว่ายน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหู
  2. หลีกเลี่ยงการเกา ที่ด้านนอกและด้านในหู
  3. ปล่อยให้หูแห้งเอง หลังจากอาบน้ำหรือหลังจากว่ายน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้สำลีทำความสะอาดช่องหู

Credit ufa168

0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0 0

Categories: Blog

0 Comments

ใส่ความเห็น

Avatar placeholder

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น